landuse กับ landcover

ตามความเข้าใจของผมคำว่า landuse กับ landcover ฟังดูแล้วก็คล้ายๆ กัน แต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจความหมายที่แท้จริง เพราะถามความหมายจากหลายๆคนก็ไม่ค่อยได้คำตอบที่ชัดเจน ที่จะทำให้แยกคำ 2 คำนี้ให้แตกต่างกันในระดับที่สามารถจดจำนำมาใช้งานได้ แต่สุดท้ายก็คิดเอาเองว่าน่าจะเป็นแบบนี้นะ (ซึ่งไม่รู้ว่าจะถูกต้องจริงๆหรือเปล่า รอผู้เชียวชาญชี้แนะอีกทีครับ)

ยกตัวอย่างเวลาเราทำการจำแนกรายละเอียดข้อมูลจากภาพถ่ายทางอากาศหรือภาพถ่ายจากดาวเทียม หลักๆ จะมีการจำแนก 2 อย่างคือ จำแนกด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์และจำแนกด้วยสายตา

การจำแนกด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ข้อมูลที่เครื่องแปลได้จะเป็น landcover (สิ่งปกคลุมดิน) เพราะดูจากค่า DN และค่าการสะท้อน เช่น แหล่งน้ำ พื้นดิน ที่ว่างเปล่า สิ่งก่อสร้าง เป็นต้น เป็นสิ่งปกคลุมดินที่เห็นๆ กันอยู่ในพื้นที่จริงๆ ข้อมูลที่ได้จะละเอียดมากหรือมากเกินไป ทำให้ต้องมีกระบวนการปรับแก้หลังการจำแนกให้มีการเกาะกลุ่มมากขึ้นหรือกำหนดให้เป็น landuse (การใช้ประโยชน์ที่ดิน) ซึ่งการจำแนกด้วยสายตาจะนิยมจำแนกตาม landuse เป็นหลัก ที่มีความเข้าใจพื้นที่ได้ชัดเจนกว่า

เช่น landuse ที่เป็นนิคมอุตสาหกรรม อาจจะประกอบไปด้วย landcover หลายอย่าง ได้แก่ แหล่งน้ำ พื้นที่ว่างเปล่า สิ่งก่อสร้าง

landuse นิคมอุตสาหกรรม

Landuse

landcover แหล่งน้ำ พื้นที่ว่างเปล่า สิ่งก่อสร้าง

Landcover

หรือ landuse นาข้าว อาจจะประกอบไปด้วย landcover ได้แก่ แหล่งน้ำ พื้นที่น้ำขัง พื้นที่ทิ้งร้าง หน้าดินเปิด ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือ แหล่งน้ำ นาน้ำขัง นาทิ้งร้าง นาหลังเก็บเกี่ยว เป็นต้น

landuse นาข้าว

Landuse

landcover แหล่งน้ำ พื้นที่น้ำขัง พื้นที่ทิ้งร้าง หน้าดินเปิด

Landcover

เทคโนโลยี NFC และ DLNA

2 เทคโนโลยีนี้ไม่ใช่ของใหม่ แต่มีมานานแล้ว เพียงแต่ว่าหลายคนเคยได้ยิน แต่นึกภาพไม่ออก ไม่รู้ว่าการนำสิ่งเหล่านี้มาใช้งานให้เกิดประโยชน์นั้นเป็นยังไงบ้าง ผมไปเจอวิดีโอใน youtube ก็เลยนำมาบอกต่อ รู้สึกว่าดูแล้วมีความเข้าใจในเทคโนโลยี 2 ตัวนี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

NFC : Near Field Communication

DLNA : Digital Living Network Alliance
(เทคโนโลยีนี้ ผมอยากใช้มาก เสียดายโทรทัศน์รุ่นที่ซื้อมา เมื่อ 3 ปีที่แล้วยังไม่สนับสนุน คงต้องหาซื้อเครื่องใหม่)

การตัดชั้นข้อมูล vector จำนวนมากแบบอัตโนมัติ

ไม่รู้ว่าจะตั้งหัวข้อยังไงให้ถูกต้องกับความหมายของคำสั่ง split เอาเป็นว่ามันคือการตัด ตั้งชื่อ และบันทึกข้อมูลชั้นข้อมูลที่เราต้องการตัดให้แบบอัตโนมัติ สมมุติว่า ผมมีชั้นข้อมูล landuse ทั้งประเทศ และต้องการตัดข้อมูลทีละตำบลประมาณ 7,600 ตำบล ซึ่งถ้าผมเลือกและตัดทีละตำบลคงไม่เสร็จง่ายๆ และเป็นงานที่น่าเบื่อ ก็มาใช้คำสั่ง split ครับ ข้อมูลที่ตัดจะถูกตั้งชื่อตามฟิลด์ที่เลือก

Conceptยกตัวอย่าง

1. ชั้นข้อมูล landuse และชั้นข้อมูลตำบลที่จะเป็นตัวตัด

Landuse & Tambon

2. คำสั่ง split (กำหนดค่า —> กด OK และก็นั่งรออย่างเดียว)

Split

3. ผลลัพธ์ที่ได้จากการตัด

Result

4. ไฟล์ผลลัพธ์ บันทึกตามรายชื่อในฟิลด์ที่เลือกไว้ในข้อ 2

Shapefile

สะดวกสบายดีแท้

การยุบรวม polygon เล็ก เข้าไปใน polygon ใหญ่ : Eliminate

การจำแนกรายละเอียดข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะใช้วิธีการจำแนกแบบไหน สุดท้ายข้อมูลที่ได้ก็จะเป็นข้อมูล Vector ซึ่งจะต้องทำการปรับแก้และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนจะนำไปใช้งานจริง ปัญหาอย่างหนึ่งที่พบ คือ การมี polygon เล็กๆ จำนวนมากที่กระจัดกระจายอยู่ การจะเลือกทีละ polygon และทำการ reclass ใหม่ ก็ไม่ไหว นอกจากนั้นยังต้องใช้เวลาในการทำนาน หากใช้คำสั่ง Eliminate จะช่วยทำให้เราสามารถจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น เพียงแต่ว่าเราต้องคิดและทราบข้อมูลที่จะทำ Eliminate ในเบื้องต้นก่อนว่า ต้องการทำขนาด polygon เท่าไร ยุบแล้วจะให้ไปอยู่ที่ไหน จะยุบทั้งหมดที่เลือกหรือมีเงื่อนไขอื่นๆ เพิ่มเติมที่ไม่ต้องยุบหรือไม่ เป็นต้น

ในที่นี้ผมจะยกตัวอย่างการทำ Eliminate กับข้อมูล Landuse ที่มีการทำแบบค่า Default และการเพิ่มเงื่อนไขต่างๆ เข้าไป ดังนี้

1. ข้อมูล landuse ที่จะใช้ในการทำ Eliminate

Landuse

2. เลือกข้อมูลที่ต้องการทำ Eliminage ในที่นี้ ให้ยุบรวม polygon ที่มีพื้นที่น้อยกว่า 2,500 ตารางเมตร

"Area_M2" <= 2500

3. คำสั่ง Eliminate ให้เลือกข้อมูลที่นำเข้า ส่งออก และกำหนดเงื่อนไขการทำงานต่างๆ

          3.1 เลือกชั้นข้อมูลที่จะทำ Eliminate

          3.2 ชื่อชั้นข้อมูลหลังทำ Eliminate

          (3.3 – 3.5 เป็น option จะใส่หรือไม่ใส่ค่าก็ได้ และการทำงานจะนำข้อมูลที่เลือกจากข้อ 2 มาทำงานก่อน ตามด้วยเงื่อนไขต่างๆ ที่เรากำหนดเพิ่มเติมในข้อ 3.3 – 3.5)

          3.3 เช็ค เครื่องหมายถูก คือ ยุบรวม polygon ที่เลือกเข้ากับพื้นที่ที่ยาวที่สุด

               ไม่เช็ค เครื่องหมายถูก คือ ยุบรวม polygon ที่เลือกเข้ากับพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุด

          3.4 กำหนดเงื่อนไขแบบ Attribute ที่ไม่ต้องการให้ทำ Eliminate เช่น “Classname_” = ‘Forest’ (จากข้อ 2 คือ ทำ Eliminate กับ พื้นที่น้อยกว่า 2500 ตารางเมตร แต่ไม่ต้องทำกับข้อมูลที่มีฟิลด์ Classname_ เท่ากับ Forest)

          3.5 กำหนดเงื่อนไขแบบ Spatial เป็นชั้นข้อมูลแบบ polyline หรือ polygon ก็ได้ ที่ไม่ต้องการให้ทำ Eliminate (ให้เลือกชื่อชั้นข้อมูล ซึ่งการทำงานจะเริ่มต้นที่ข้อ 2 ก่อน)

Eliminate

4. ผลลัพธ์ 3.1 – 3.3 เช็คเครื่องหมายถูก (เข้ากับพื้นที่ที่ยาวที่สุด)

Longest

5. ผลลัพธ์ 3.1 – 3.3 ไม่เช็คเครื่องหมายถูก (เข้ากับพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุด)

Largest

6. ผลลัพธ์ 3.1 – 3.4 ไม่เช็คเครื่องหมายถูก และ “Classname_” = ‘Forest’

"Classname_" = 'Forest'

7. ผลลัพธ์ 3.1 – 3.5 ไม่เช็คเครื่องหมายถูก และ “Classname_” = ‘Forest’ และ ชั้นข้อมูล polygon

Add Polygon

ไอเดียใหม่ๆ ของการสร้างแบบจำลองน้ำผ่าน AR

ถ้าในประเทศมีการสร้างแบบจำลองแบบนี้ ร่วมกับข้อมูลการบริหารจัดการน้ำทุกอย่างที่เรามี น่าจะช่วยเหลือในเรื่องการจัดการน้ำของประเทศได้แบบ Real Time เช่น การใส่ข้อมูลสิ่งกีดขวาง ความสูงภูมิประเทศ การระบายน้ำของดิน ปริมาณน้ำ ระบบระบายน้ำ เป็นต้น

การตัดข้อมูลภาพถ่ายฯ ด้วย Image Analysis บน ArcView

การตัดข้อมูลภาพถ่ายฯ ไม่ใช่เรื่องยากในปัจจุบัน และมีหลายโปรแกรมที่ใช้งานได้ ในที่นี้ผมนำเสนอทางเลือกไว้ สำหรับผู้ที่ยังคงใช้โปรแกรม ArcView อยู่ เพียงแต่ว่าเราจะต้องมี Extension ชื่อ Image Analysis (คิดว่าก็คงต้องซื้อหรือเปล่า) ถ้าใครมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานซื้อไว้ หรือยืมเพื่อนมาใช้งานก็ ทดลองใช้งานดูครับ เป็นการตัดข้อมูลภาพถ่ายที่ง่ายมากๆ

1. เปิด Extension

Image Analysis

2. เปิดภาพ

Satellite Image

3. เปิดชั้นข้อมูล Polygon ที่จะนำมาตัด

Polygon

4. เลือกข้อมูล Polygon ที่จะนำมาตัด ใน Image Analysis Properties

Image Analysis Properties

5. เลือก Subset เพื่อตัดภาพ

Subset

Google Glass และ Google MapsGL

เป็นเรื่องที่ดีที่ประเทศไทยได้มี Street View เหมือนในต่างประเทศแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็กำลังมีการนำรถสามล้อปั่น เข้ามาเก็บข้อมูลเพิ่มเติมให้ละเอียดมากขึ้นกว่ารถยนต์ ที่บางพื้นที่ไม่สามารถเข้าถึงได้

แต่ผมว่าสิ่งที่เหนือ Street View ก็คงเป็น MapsGL ที่เป็นมุมมองแบบ 45 องศา + Street View แบบต่อเนื่อง ที่ทำให้เราสามารถที่จะเลือกไปไหนก็ได้

ลองใช้งานดูครับ

http://maps.google.com/

MapsGL

อีกโครงการหนึ่งของ Google ที่น่าสนใจคือ Project Glass หรือ Google Glass ไม่แน่ในอนาคตอาจจะมาแทนที่ smart phone ก็ได้ครับ