Assist Maps : เครื่องมือช่วยในการใช้งานแผนที่บน Smart Phone

Assist Maps

ไม่รู้ว่าขึ้นชื่อเรื่องไว้จะตรงกับสิ่งที่อยากนำเสนอหรือเปล่า เอาเป็นว่าจริงๆ แล้วมันคือ App ทางด้านแผนที่ตัวหนึ่งใน Smart Phone ระบบ IOS ซึ่ง App นี้ปล่อยครั้งแรกเมื่อ 11 ก.พ. 2014 ถึงวันนี้อัพเดตมาแล้ว 6 ครั้ง เป็นเวอร์ชั่น 1.0.6 ซึ่งพื้นฐานของ App แผนที่นี้ เป็น Google Map API เจ้าแห่งแผนที่ในปัจจุบัน ความจริงใน App Store ก็มี App ประเภทนี้อยู่เยอะแล้วมากมายหลายร้อยตัว เท่าที่ผมเคยใช้งาน App กลุ่มนี้มาประมาณ 12 ตัว ผมว่าตัวนี้ตอบโจทย์ให้กับตัวเองมากที่สุด ใช้งานง่าย ทำงานเร็ว และ Interface ไม่ซ้บซ้อน ซึ่งมันสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้

1. ปักหมุด

Pin

2. วัดระยะทาง

Measurement

3. แสดงค่าพิกัดภูมิศาสตร์

Coordinate

4. ดู Street View

Street View

5. แสดงระดับความสูง

Height

6. แสดงข้อมูลภาพถ่ายและแผนที่

Map

7. มีเข็มทิศ (ภาพถ่ายฯ และทิศเหนือ)

Compass

8. แชร์แผนที่

Share

9. นำทาง

Navigation

จะขาดไปก็แต่ Geotagging ที่ถ่ายรูปแล้วติดค่าพิกัด พร้อม Upload ไปแสดงบน Google Earth ได้ ถ้าทำได้ในเวอร์ชั่นต่อๆ ไป ก็จะสุดยอดมากเลย ใครสนใจลองดาวน์โหลดไปใช้งานดูครับ

แนะนำ USB OTG

อาจจะช้าสักนิดกับคำว่า USB OTG (On-The-Go) แต่ก็ยังไม่สายที่จะทำความรู้จัก ว่ามันคืออะไร พอดีเข้าไปอ่านข่าว IT ตามบล็อกต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วไปบนอินเตอร์เน็ต ก็ไปเจอกับคำนี้ สงสัยว่ามันแตกต่างจาก micro USB, mini USB, USB สีเหลือง (ชาร์ตไฟ), USB สีน้ำเงิน (3.0), และ USB สีดำ (2.0) ยังไง ก็พยายามไปหาคำตอบมาจนได้ ไม่งั้นนอนไม่หลับ ไปเจอคำตอบที่ชัดเจนมากที่บล็อก Sleeping for less สรุปว่ามันก็คือสาย USB สำหรับ แอนดรอยด์ ที่ด้านหนึ่งเป็น Micro USB ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็น USB ตัวเมีย แค่เห็นรูปก็โอเคแล้ว แต่นี่มีวิดีโอด้วย สุดยอดครับ ต้องขอบคุณเจ้าของบล็อกจริงๆ ครับ ที่ทำให้คืนนี้นอนหลับล่ะ

USB OTG

การทดสอบค่าความคลาดเคลื่อนเชิงตำแหน่งจากเครื่อง GPS แบบนำหน

การทดสอบนี้ได้ทำขึ้นมา ตามความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง ที่ปกติเคยใช้เครื่อง GPS แบบนำหนในการนำทาง บันทึกเส้นทาง บันทึกตำแหน่งของพื้นที่ของการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งค่าความคลาดเคลื่อนก็ไม่เกิน 15 เมตร ตามที่คู่มือหรือเอกสารแจ้งไว้ แต่ก็อยากที่จะลองนำใช้เก็บตำแหน่งที่สามารถมองเห็นในข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมที่ผ่านการดัดแก้แบบออร์โท ว่าค่าความคลาดเคลื่อนจะมากหรือน้อยกว่า 15 เมตร และถ้าเก็บในช่วงเวลาแตกต่างกัน ผลของความคลาดเคลื่อนจะเป็นอย่างไรบ้าง นอกจากนั้นยังได้ทำการใช้เครื่องโทรศัพท์มือถือที่มีชิปของรับสัญญาณ GPS ทำการวัดร่วมด้วย ซึ่งสุดท้ายก็จะสรุปออกมาเป็นในเรื่องของการใช้ไปให้งานและข้อจำกัดของการใช้งานต่างๆ ซึ่งจะทำให้มีการนำเครื่อง GPS แบบนำหนและโทรศัพท์มือถือติด GPS ไปใช้งานได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เพราะเคยมีหลายๆ ผู้ใช้งานที่นำเครื่องไปใช้แบบผิดวัตถุประสงค์และคิดว่าการมีเครื่อง GPS จะสามารถใช้ทำงานได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะการใช้เก็บตำแหน่งหมุดแปลงที่ดินหรือทำวนรอบ ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะมีค่าความคลาดเคลื่อนมาก ต้องใช้เครื่อง GPS แบบรังวัดซึ่งจะให้ค่าความคลาดเคลื่อนในระดับมิลลิเมตรถึงเซนติเมตร

สวนนวมินทร์ภิรมย์

Study Area

จุดที่เก็บตำแหน่ง

Test Site

ตำแหน่งจุดที่นำมาซ้อนทับบนข้อมูลภาพถ่ายฯ

Test Position

ผลลัพธ์ที่ได้

Result

เปิดเอกสาร

Geotagging on Android

เมื่อตอนไปออกสำรวจภาคสนาม ที่ผ่านมา ต้องเตรียมอุปกรณ์หลายอย่างที่ใช้ในการระบุตำแหน่งและภาพถ่ายลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ กล้องถ่ายรูปที่ติดเครื่อง GPS (ราคาก็ไม่ใช่น้อย) ซึ่งจะทำให้ได้ภาพและตำแหน่งพร้อมกัน ฟังดูเหมือนจะทำได้ง่าย แต่ในการใช้งานจริงในสนามและการดึงข้อมูลเหล่านั้นมาใช้้งานต่อบนเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ได้ข้อมูลสำเร็จรูปที่พร้อมใช้ ไม่ได้ง่ายเลย ต้องผ่านขั้นตอนและโปรแกรมหลายตัว นอกจากนั้นตำแหน่งที่ได้รับจาก GPS พร้อมการถ่ายภาพก็ไม่ได้ติดมาทุกครั้ง บางทีก็สายต่อหลุด หลวม เครื่องเสีย ลืมเปิด รับสัญญาณไม่ได้ หรือรอรับสัญญาณนาน ทำให้พลาดโอกาสที่จะได้ตำแหน่ง ณ ขณะนั้น  และหลังจากที่ได้ข้อมูลภาพและตำแหน่งมาแล้ว (แยกไฟล์กัน) จะต้องนำข้อมูลมารวมกันโดยอาศัยเวลาที่ตรงกัน ที่ได้มีการกำหนดไว้แต่แรกแล้ว ข้อมูลสุดท้ายที่ได้จะเป็น Shapefile ของตำแหน่งที่ถ่ายรูปพร้อมไฟล์ลิงค์รูปใน Attribute

ที่กล่าวมาทั้งหมด อยากจะแนะ GeoCam Free ซึ่งเป็น Apps ใน Market ฝั่ง Android ที่เป็นประเภท Geotagging ไว้เสนอเป็นทางเลือก หากมีีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ ออกสำรวจไม่มาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักศึกษาที่ทำตัวจบ ซึ่งความถูกต้องก็ไม่ได้ขี้เหร่มาก 10 – 15 เมตร (ขึ้นอยู่กับ GPS ในยี่ห้อของ Smart Phone ด้วยครับ)  ผลลัพธ์ก็ได้รูปภาพที่มีค่าตำแหน่งหรือพิกัดเช่นเดียวกัน App นี้ใช้งานง่าย มีการแสดงทิศทาง พิกัด ค่า pitch ค่า roll บนภาพเลย และสามารถส่งออกข้อมูลไปเป็นไฟล์ KMZ เพื่อนำไปเปิดบน Google Earth ได้ด้วย  ที่ชอบที่สุดคือ ข้อมูลตำแหน่งและรูปภาพ รวมอยู่ในไฟล์เดียวกัน

หน้าจอบันทึกภาพ

Photo 1

Photo 2

เลือกแสดง/ไม่แสดง ข้อมูลกราฟิก

Detail

แสดงข้อมูลบน Google Map

Map

บันทึกไฟล์ KMZ เพื่อนำไปเปิดกับ Google Earth

Export

Google Earth 1

Google Earth 2

Disaster Alerts – รายงานข้อมูลภัยพิบัติทั่วโลก

กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกภายใต้ ภาวะโลกร้อน เริ่มปรากฎให้เห็นภัยทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นแบบไม่ปกติ ที่มีความถี่ ความรุนแรงมากขึ้น และกระจายในทุกประเทศทั่วโลก

เหตุการณ์เหล่านี้เป็นจุดที่ทุกคนต้องให้ความสนใจและใส่ใจ เพราะเป็นสิ่งใกล้ตัวและมีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ มีหลายหน่วยงาน หลายสำนักที่พยายามพยากรณ์และแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์เหล่านี้ ถูกบ้างผิดบ้าง ยังไงเราก็คงต้องใช้ความคิดพิจารณาถึงความสมเหตุสมผล จะเชื่อทั้งหมดก็จะเวอร์ไป จะไม่เชื่อก็มีโอกาสเสี่ยง ทั้งนี้ก็ต้องดูข้อมูลจากสื่อต่างๆ ประกอบไปด้วย ซึ่งปัจจุบันก็มีสื่่อเยอะกว่าสมัยก่อนมากมายนัก โดยเฉพาะสื่อทางอินเตอร์เน็ต ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากอุปกรณ์ต่างๆ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค เน็ตบุ๊ค แท็บเล็ต หรือ สมาร์ทโฟน

Application ตัวหนึ่งที่น่าสนใจ บน Android และ iPhone ซึ่งรายงานข้อมูลเหตุการณ์ภัยพิบัติทั่วโลกแบบ เกือบ Real Time คือ Disaster Alerts สามารถดาวน์โหลดผ่าน Apps Store ของแต่ละค่ายได้เลย

App ตัวนี้จะแบ่งกลุ่มของภัยพิบัติออกเป็นหลายกลุ่ม เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุ ภูเขาไฟระเบิด ไฟป่า เป็นต้น โดยแสดงผลเป็นตำแหน่งของทุกกลุ่มบนแผนที่ของ Google (อีกแล้ว)

Disaster Alerts
Overview

หากต้องการดูรายการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดก็สามารถเลือกแบบ Alerts ได้

Events

ในแต่ละเหตุการณ์จะแสดงข้อมูลแบบละเอียดว่าเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไร ข้อมูลมาจากไหน ซึ่งจะแสดงเป็นแผนที่และข้อมูลสถิติ นอกจากนั้นในอดีตที่ผ่านมาพื้นที่หรือประเทศที่เกิดเหตุการณ์นี้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นมาบ้าง ก็สามารถทราบได้เช่นกัน

Map

Statistic

Detail

NDrive กับ Google Map

ในระบบปฏิบัติการ Andriod ของ Google มี Application หลายตัวเกี่ยวกับการนำทาง ซึ่งได้ทดลองใช้งานมา 2 ตัว ตามคำแนะนำจากเพื่อนๆ คือ NDrive และ Google Map หลังจากใช้งานมาซักช่วงหนึ่ง พบว่า NDrive มีแผนที่มาให้ใช้งานแบบพร้อมใช้ คือ ติดตั้งมาพร้อมกันโปรแกรม โปรแกรมมี Interface ที่สวยงาม การใช้งานง่าย มีตำแหน่งสถานที่สำคัญหลายแห่ง และไม่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อแสดงแผนที่ เพียงแค่เปิด GPS ก็สามารถใช้งานได้ กำหนดพื้นที่เป้าหมายและก็ Go To ไปได้เลย

NDrive 1

NDrive 2

NDrive 3

ส่วน Google Map มี Interface ราบง่าย การใช้งานแผนที่ การค้นหาข้อมูลและตำแหน่งต่างๆ จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตตลอดเวลา ถ้าอินเตอร์เน็ตช้า เช่น GPRS หรือ EDGE ต้องเสียเวลาในการประมวลผลนิดหนึ่ง แต่ถ้าเป็นกลุ่ม WIFI หรือ 3G ก็จะทำงานได้เร็วขึ้น แต่ก็จะมีการจำกัดสำหรับพื้นที่ให้บริการ ไม่ครอบคลุมพื้นที่กว้างเหมือนสองแบบแรก

Google Map 1

Google Map 2

Google Map 3

ดูๆ แล้วเหมือน NDrive จะดีกว่า Google Map ทุกอย่าง แต่ส่วนตัวผมชอบแบบหลังมากกว่า เพราะให้ความถูกต้องในเรื่องของการนำทางได้เป็นอย่างดีและมีความถูกต้อง นอกจากนั้น ยังมี Google Lab ที่ให้เลือกติดตั้ง Plugin ทางแผนที่ เช่น เครื่องมือวัดระยะทาง มาตราส่วน เป็นต้น ที่ดีไปกว่านั้นคือ มีรูปแบบการแสดงแผนที่หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น ภาพถ่ายจากดาวเทียม สภาพภูมิประเทศ ดูสภาพการจราจร หรือแจ้งบอกตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันไปยังกลุ่มเพื่อน ทำให้การใช้งานเป็นอะไรได้มากกว่าการนำทางครับ